ฟรีแลนซ์ทำงานอย่างไร และมีผลดีกับธุรกิจของคุณในแง่ไหนบ้าง

ฟรีแลนซ์ทำงานอย่างไร ต่างจากพนักงานประจำมากแค่ไหน และมีข้อดีต่อธุรกิจของคุณอย่างไรบ้าง จนธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มจ้างฟรีแลนซ์มากกว่าขึ้น แทนการจ้างพนักงานประจำ

ประเด็นสำคัญ

  • เทรนด์ปัจจุบันในการใช้งบประมาณการตลาดและการโฆษณาสินค้าของบริษัทหลายแห่ง เริ่มมีการ ปรับขนาดโดยลดการจ้างงานพนักงานประจำ และเพิ่มการจ้างงานฟรีแลนซ์มากขึ้น
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาทำงานแบบฟรีแลนซ์มากขึ้น คือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและสังคม ออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน
  • ด้วยความโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพและการทำงานที่ยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเพิ่มลดได้ตามที่ผู้ว่า จ้างต้องการ

 

บริษัทส่วนใหญ่เริ่มจ้างฟรีแลนซ์มากขึ้น

เทรนด์ปัจจุบันในการใช้งบประมาณการตลาดและการโฆษณาสินค้าของบริษัทหลายแห่ง เริ่มมีการปรับขนาดโดยลดการจ้างงานพนักงานประจำ และเพิ่มการจ้างงานฟรีแลนซ์มากขึ้น ด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงของสื่อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการทำงานที่รับจ้างจบ เป็นครั้งๆไป ก็ช่วยให้เกิดความคล่องตัวของบริษัทสูง ประหยัดงบประมาณ และสามารถควบคุมตัวแปร ได้ง่ายกว่าการจ้างประจำ

 

Freelance เทรนด์ใหม่การทำงาน

งานวิจัยจากสถาบัน Mckinsey Global เผยว่าตัวเลขประชากร freelance ในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 54-68 ล้านคน หรือ 40% ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ ส่วนในประเทศไทย ก็มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะในเว็บไซต์ fastwork.co ที่เป็นแหล่งรวมฟรีแลนซ์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ก็มีฟรีแลนซ์ มากกว่า 15,000 คนแล้ว

ปัจจัยหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาทำงานแบบฟรีแลนซ์มากขึ้น คือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป และสังคม ออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน โดยสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน เอื้ออย่างมากในการทำให้คนที่อยากจ้างงานและคนที่ต้องการทำงานพบกันได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องนัดเจอก็สามารถพูดคุยได้ หรือแม้จะอยู่คนละที่ ก็สามารถจ้างงานได้เช่นกัน ลดค่าใช้จ่ายการเดินทางไปคุยงาน และเพิ่มโอกาสเจอลูกค้าใหม่ๆได้เสมอ

นอกจากนั้นไลฟ์สไตล์ที่ต้องการอิสระของคนยุคใหม่ก็มีผลในการเลือกทำงานแบบฟรีแลนซ์อย่างมาก เพราะข้อดีอย่างหนึ่งในการเป็นฟรีแลนซ์ คือสามารถตัดสินใจและบริหารเวลาในชีวิตได้อย่างอิสระ ไม่ต้องผูกมัดกับการเข้าบริษัทเพื่อแสกนนิ้วตอนเช้า และรอเวลากลับบ้านในตอนเย็น

 

ฟรีแลนซ์ทำงานอย่างไร

การทำงานของฟรีแลนซ์นั้นหากแบ่งออกเป็นขั้นตอน สามารถแบ่งได้เป็นสามขั้นตอน คือ

1. การพูดคุยขอบเขตการทำงาน

เป็นการคุยกันของผู้ว่าจ้างและฟรีแลนซ์เพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับขอบเขตงานและค่าใช้จ่าย ผู้ว่าจ้าง สามารถระบุสิ่งที่ต้องการทั้งหมดให้ครบถ้วน ตกลงราคา และระยะเวลาได้อย่างชัดเจน

ในขั้นตอนนี้มี ความสำคัญต่อผู้ว่าจ้างอย่างมาก เพราะทำให้แผนระยะยาวของโปรเจคเป็นไปได้ด้วยดี หากเป็นการจ้างพนักงานประจำ ที่ในแต่ละวันต้องทำงานหลายๆอย่าง และมีชั่วโมงการทำงานจำกัดแค่ 8 ชั่วโมงต่อวัน บางทีการมอบหมายงานและกำหนดเวลาส่งงานที่ชัดเจนอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ฟรีแลนซ์ สามารถทำงานได้ เพิ่มลดเวลาการทำงานได้ตามปริมาณงานที่ได้รับมอบหมาย และยังมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนั้นๆมากกว่า เพราะผ่านการทำงานมาแล้วหลายชิ้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่การทำงานจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ไม่ช้าเกินกว่ากรอบเวลาที่กำหนด และได้ชิ้นงานคุณภาพตามที่ต้องการ

ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ผู้ว่าจ้างสามารถตกลงกับฟรีแลนซ์ได้ตั้งแต่ในขั้นตอนนี้ ว่ามีค่าใช้จ่ายอย่างไร แบ่งจ่ายก่อนหรือหลังทำงานเท่าไหร่ ทำให้ผู้ว่าจ้างมีความคล่องตัวสูงในการบริหารจัดการงบประมาณ

2. ช่วงการทำงานและการปรับแก้ไข

เป็นช่วงการทำงานและพัฒนางานตามที่ได้รับมอบหมายจากขั้นแรก ฟรีแลนซ์ที่ดีจะมีการส่งอัพเดท ความเคลื่อนไหวและเนื้องานที่มีการพัฒนาให้กับผู้ว่าจ้างอยู่เรื่อยๆ ทำให้สามารถติดตามและแก้ไขได้ อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายของฟรีแลนซ์ ยังช่วยแก้ไขและแนะนำให้กับผู้ว่าจ้างได้เป็นอย่างดี จนทำให้เกิดงานที่พัฒนาและเหมาะสมที่สุดในแต่ละครั้งนั่นเอง

โดยการแก้ไขจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงตั้งแต่ขั้นตอนแรก ว่าแก้ไขได้กี่ครั้งและแก้ไขอะไรได้บ้าง เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพที่สุดต่อทั้งสองฝ่าย

3. ช่วงการสรุปเนื้องาน และจัดส่ง Final

เป็นการทำงานขั้นตอนสุดท้าย ฟรีแลนซ์จะสรุปเนื้อหาและชิ้นงานสุดท้ายตามวันเวลาที่กำหนด ครบถ้วน ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง และจัดการค่าใช้จ่ายให้เสร็จสิ้นหลังได้รับชิ้นงานที่ต้องการ

 

การทำงานแบบฟรีแลนซ์ ดีกับองค์กรหรือบริษัทอย่างไร

นอกจากการทำงานที่มีแบบแผนชัดเจน และมีประสิทธิภาพสูงแล้ว การทำงานกับฟรีแลนซ์มืออาชีพยังมีผลดีกับตัวผู้ว่างจ้างเองหลายประการ

1. สบายใจว่าจะได้งานครบถ้วนตามที่ต้องการในระยะเวลาที่กำหนด

ก่อนเริ่มทำงานจะมีการตกลงในส่วนของชิ้นงานที่ฟรีแลนซ์ต้องส่งให้กับผู้ว่าจ้างอยู่แล้ว ดังนั้นจึงรับประกันได้ว่าจะได้งานครบถ้วนแน่นอน เพราะตัวฟรีแลนซ์เองก็ต้องการให้งานเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้ ต่างจากพนักงานประจำ ที่หากงานไม่เสร็จหรือได้ไม่ครบตามที่กำหนด ค่าใช้จ่ายเงินเดือนก็ยังต้องจ่ายอยู่ดี เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

2. ได้งานที่มีคุณภาพเหมาะสม

การจ้างงานฟรีแลนซ์นั้น มีลักษณะการจ้างงานเป็นครั้งไป หากงานนี้ผู้ว่าจ้างไม่พอใจ จบงานแรกก็ สามารถเลือกจ้างฟรีแลนซ์คนใหม่ในงานต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างคนเดิมทำต่อเหมือนพนักงานประจำ ดังนั้นฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่จึงตั้งใจและพยายามทำงานให้ออกมามีคุณภาพที่ดีซึ่งเป็นการรักษาคอนเนคชั่นกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการจ้างงานครั้งต่อไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ว่าจ้างจึงมั่นใจได้ว่าจะได้งานที่เกิดจากการตั้งใจทำงานและทุ่มเทอย่างเต็มที่

3. งบประมาณถูกจัดสรรได้ง่ายขึ้น

บริษัทขนาดใหญ่อาจมีการทำโปรเจคหรือแคมเปญทางการตลาดในระดับความถี่ที่ค่อนข้างสูง แต่กับ บริษัทขนาดเล็กหรือ SMEs ที่ไม่ได้มีงบประมาณในการทำการตลาดมากเท่าน้ัน อาจเกิดแคมเปญไม่บ่อยนัก การจ่ายเงินเป็นคร้ังไปจะช่วยให้คำนวนงบประมาณได้ง่าย และวางแผนระยะยาวได้มากกว่า

4. ฟรีแลนซ์ทำงานในเวลาพิเศษ

หากมีงานด่วนในช่วงเสาร์อาทิตย์ หรือมีแคมเปญพิเศษช่วงหยุดยาว การจะใช้งานพนักงานประจำที่อยู่ ในช่วงวันหยุดนั้นอาจเป็นไปได้ยาก แต่ฟรีแลนซ์สามารถทำได้ เพราะมีฟรีแลนซ์หลายคนที่เลือกหารายได้ เพิ่มในช่วงวันหยุดหรือช่วงหยุดยาว ทำให้บริษัทและธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ไม่สะดุด อีกทั้งยัง สามารถเติมเต็มในช่วงเร่งด่วนของบริษัทได้เสมอ

 

ด้วยความโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพและการทำงานที่ยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเพิ่มลดได้ตามที่ผู้ว่าจ้าง ต้องการ จึงไม่แปลกที่ฟรีแลนซ์จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน

กด follow Fastwork fan page เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับฟรีแลนซ์ การพัฒนาธุรกิจที่เหมาะสมกับคุณ และไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ เพื่อให้คุณก้าวไปใกล้ได้กว่าเดิม

Fastwork Thailand

 

Related Posts
This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.