งบจำกัด แต่อยากได้งานที่หลากหลาย ต้องวางแผนยังไง?

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกชะลอ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยนั้นลดลงกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วมาก แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักธุรกิจ SME ไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่ ล้วนแล้วแต่ต้องดำเนินธุรกิจกันต่อไป ไม่ว่าจะอาศัยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ปรับแผนการตลาดหรือการปรับลดต้นทุนเพื่อลดรายจ่าย ซึ่งในมุมของผู้บริหาร ก็มีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องพยายามปรับ คือการลดต้นทุนในการจ้างพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพงานไปพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกันด้วย ในยุคที่โลกหมุนเร็วแบบนี้ รูปแบบการทำธุรกิจเปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีจนไม่แทบไม่เห็นฝุ่น ฟรีแลนซ์ (Freelance) จึงกลายมาเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ธุรกิจแบบสุดๆ!เพราะแต่ละธุรกิจก็ต่างจำเป็นที่จะต้องเลือกรับคนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ที่สามารถทำได้หลายอย่าง เพื่อให้คุ้มกับค่าจ้างมากที่สุด แต่เชื่อเถอะว่า การจะหาคนที่มากความสามารถมาทำงานให้เราในอัตราเงินเดือนขั้นต่ำ คือ 15,000 บาท นั้นหายากจริงๆ หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเต็มที่คนเราจะทำงานได้ 1-2 อย่างเท่านั้น ซึ่งถือเป็นภาระผูกพันที่ไม่คุ้มค่า หากจะจ้างประจำหลายๆ คน เพราะรายจ่ายในส่วนนี้ถือเป็น ฟิกคอส (Fixed Cost) ของบริษัทที่ต้องจ่ายทุกๆเดือน ถือเป็นภาระอันหนักอึ่งสำหรับบางองค์กร ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

 

แล้วต้องทำอย่างไรล่ะถึงจะได้ทั้งงาน ได้ทั้งความคล่องตัวเรื่องการเงิน และสามารถควบคุมงบประมาณได้อีกด้วย ?

คำถามนี้ เจ้าของกิจการหลายคนอาจจะคิดหนักและคิดไม่ตก เพราะหากไม่หาคนมาทำงาน งานเองก็จะไม่เดิน ธุรกิจก็จะไม่เติบโต ส่งผลให้ไม่มีเงินมาหล่อเลี้ยงบริษัท ซึ่งวันนี้เรามีไอเดียที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณไปรอดภายใต้สุดยอดเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ คุณจะผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปได้อย่างที่คุณไม่ต้องกังวลอะไรเลย ด้วย “ฟรีแลนซ์” (Freelance) หรือที่เราเรียกว่า พนักงานอิสระนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นและข้อดีของฟรีแลนซ์ นั้นมีมากมาย อาทิ เช่น

  • มีความเป็นมืออาชีพ
  • ประสบการณ์สูง
  • ไม่ต้องสอนงานให้ยุ่งยาก
  • ไม่ผูกผันเรื่องค่าใช้จ่าย แบบรายเดือน
  • ได้รับคำแนะนำจากมืออาชีพ
  • ไม่ต้องจ่ายประกันชีวิตให้
  • อยากหยุดจ้างเมื่อไหร่ก็ได้

ซึ่งยิ่งหากลองเปรียบเทียบ ค่าแรงขั้นต่ำ จำนวน 15,000 บาท กับค่าจ้างฟรีแลนซ์ต่อเดือนที่ถูกมากๆ เพียงหลักร้อยถึงหลักพัน งานชิ้นนึงอาจจะเสียค่าใช้จ่ายแค่ไม่ถึงหลักหมื่น แต่ในขณะเดียวกัน หากคุณจ้างพนักงานมานั่งในออฟฟิศนั้น 2 เดือน งานอาจจะไม่เสร็จหรือคืบหน้าไม่ถึงไหนก็เป็นได้ เนื่องจากความชำนาญหรือประสบการณ์จากเด็กจบใหม่นั้น อาจจะยังแก้ปัญหาหรือทำงานชิ้นนั้นไม่ได้  แต่ถึงอย่างนั้นการจ้างพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ ก็จำเป็นที่จะต้องตั้งค่าใช้จ่าย ฟิกคอส (Fixed Cost) ในทุกๆเดือน กลายเป็นภาระผูกพัน ซึ่งแม้ว่าพนักงานคนนั้นจะทำงานไม่ได้เรื่องอย่างไร ก็จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าแรง ซึ่งต่างจากฟรีแลนซ์ ที่มีกำหนดส่งงานชัดเจน ทำให้คุณได้งานที่ตรงเวลาและมีประสิทธิภาพตามที่คุณต้องการ

ซึ่งหากดูจากตารางเปรียบเทียบงานด้านล่างนี้แล้ว อาจจะทำให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับการตัดสินใจจ้าง พนักงานประจำ หรือ ฟรีแลนซ์ ผู้เชี่ยวชาญมากกว่ากัน

Freelance VS Office employee

เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นไหมว่า เงินจำนวนเท่ากันแต่คุณจะได้งานในปริมาณที่มากกว่า และหลากหลายมากกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งค่าใช้จ่ายของฟรีแลนซ์ นั้นจะขึ้นกับจำนวนงานและความยากของงาน ซึ่งสามารถปรับลดหรือปรับเพิ่มได้อย่างอิสระตามต้องการเลย สำหรับเจ้าของกิจการ หรือใครที่กำลังมองหาฟรีแลนซ์ ฝีมือดีๆ มีวินัย แล้วละก็ต้องที่ Fastwork แหล่งรวม Freelance ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ที่ๆ รวบรวมฟรีแลนซ์มากฝีมือให้คุณได้เลือกใช้บริการกันอย่างหลากหลาย ซึ่งรับประกันได้เลยว่าธุรกิจของคุณจะสามารถลดต้นทุนไปพร้อมกับได้งานชิ้นยอดออกมาอย่างแน่นอน

________________________________________________

เริ่มทำฟรีแลนซ์วันนี้ที่ https://fastwork.co/start-selling?utm_source=blog&utm_medium=bottomblog  😉 

footer-banner-for-blog
Related Posts
This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.