ทุกวันนี้การที่ใครต่อใครจะเป็นเจ้าของกิจการ หากมีเงินทุนก็ง่ายนิดเดียว แต่ที่ยากกว่าการจัดตั้งบริษัทหรือกิจการขึ้นมา นั่นก็คือการจดทะเบียนบริษัท ถ้าหากบริษัทนั้นยังเป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ สามารถบริหารได้ด้วยตัวคนเดียว มีเงินลงทุนหมุนเวียนไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัทก็ได้ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะขยายบริษัทให้เติบโตขึ้นมา มีผู้บริหารมากขึ้น มีเงินลงทุนหมุนเวียนมากขึ้น และต้องติดต่อกับลูกค้าหรือธุรกิจอื่น ๆ ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเพิ่มความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ รวมถึงความไว้วางใจให้กับบริษัทของคุณนั่นเอง
จดทะเบียนบริษัทแล้วดีอย่างไร?
แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีกฎหมายบังคับให้เจ้าของกิจการต้องจดทะเบียนบริษัททุกคน แต่ถ้าหากคุณจดทะเบียนบริษัทแล้ว คุณก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
-
อัตราภาษีที่ลดลง
หากคุณเป็นเพียงเจ้าของกิจการเล็ก ๆ มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าหากกิจการของคุณได้ผลกำไรดี มีการเติบโตมากขึ้น จนสร้างรายได้มากกว่า 150,000 ต่อปี คุณก็จะถูกเรียกเก็บภาษีในฐานะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเริ่มต้นที่ 5% ไปจนถึง 35% ได้ แต่ถ้าหากคุณจดทะเบียนบริษัท ก็จะเปลี่ยนไปเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าไม่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาทต่อปีก็จะได้รับการยกเว้นภาษี และเสียภาษีไม่เกิน 20% อีกด้วย
-
มีผู้ร่วมลงทุนหรือผู้บริหารช่วยในการตัดสินใจ
หากคุณต้องการผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเพื่อกิจการในอนาคต การจดทะเบียนบริษัทแบบทะเบียนนิติบุคคลนั้น จะสามารถทำให้มีผู้ประกอบกิจการ 2 คนขึ้นไป อีกทั้งยังสามารถบริหารร่วมกัน ช่วยแบกรับความเสี่ยง และหนี้สินที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย
-
เข้าถึงสินเชื่อการเงินได้ง่าย
บริษัทที่ผ่านการจดทะเบียนบริษัทแล้ว จะได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสถาบันการเงินต่าง ๆ สูงขึ้น สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อนำมาหมุนเวียนภายในบริษัทได้ง่ายกว่าบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือเป็นบุคคลธรรมดา

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท ครบทุก Step ตั้งแต่ต้นจนจบ
-
Step ที่ 1 ตรวจสอบและตั้งชื่อบริษัท
เนื่องจากในปัจจุบันได้มีบริษัทมากมายถูกจัดตั้งขึ้นทั่วทั้งประเทศไทย ขั้นแรกก่อนจดทะเบียนจึงควรตรวจสอบชื่อบริษัทที่ต้องการใช้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งชื่อบริษัทของคุณที่ไม่มีซ้ำแบบใครขึ้นมา จากนั้นก็ทำการจองชื่อของบริษัทเอาไว้
-
Step ที่ 2 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์
หนังสือบริคณห์ คือหนังสือสำหรับแสดงความต้องการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งคุณต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเอาไว้ให้ชัดเจนและถูกต้อง เช่น ชื่อของบริษัทตามที่จองไว้ ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ของบริษัท ทุนจดทะเบียน ชื่อและที่อยู่ของพยาน ชื่อและที่อยู่ของกรรมการ รายชื่อกรรมการ และถ้ามีข้อบังคับใด ๆ ก็สามารถใส่ในหนังสือบริคณห์ได้เลย
-
Step ที่ 3 จัดให้มีการซื้อหุ้นและนัดประชุมผู้ถือหุ้น
ขั้นตอนนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ โดยการเปิดให้จองซื้อหุ้นของบริษัท ซึ่งคนที่มีสิทธิ์ซื้อหุ้นไม่ได้มีเพียงผู้ก่อตั้งธุรกิจเท่านั้น แต่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าซื้อหุ้นของบริษัทคุณได้ ด้วยขั้นต่ำจำนวน 1 หุ้นไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไรก็ตาม เมื่อหุ้นบริษัทถูกซื้อจนหมดแล้ว จากนั้นก็นัดประชุมผู้ถือหุ้นทุกท่านเพื่อทำการจดทะเบียนบริษัทในขั้นต่อไป
-
Step ที่ 4 จัดการประชุมเพื่อจดทะเบียนบริษัท
ในการประชุมนี้ ก็ควรจัดระเบียนภายในบริษัททุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งคณะกรรมการ อำนาจของคณะกรรมการทุกคน กำหนดค่าตอบแทนต่าง ๆ คัดเลือกผู้สอบบัญชีเพื่อการตรวจสอบรับรองงบการเงินในส่วนต่าง ๆ แจกแจงกฎและข้อบังคับภายในบริษัทให้รับรู้โดยทั่วกัน และต้องมีการเก็บเงินชำระค่าหุ้นของทุกคนอย่างน้อย 25% ของราคาจริง ถึงจะสามารถไปยื่นจดทะเบียนบริษัทได้ นอกเหนือจากนี้การยื่นจดทะเบียนบริษัทสามารถทำได้ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่มีการประชุมเท่านั้น หากมีเหตุให้การจดทะเบียนล่าช้ากว่าที่กำหนด จะถือว่าเอกสารหลักฐานการประชุมเหล่านั้นเป็นโมฆะ จำเป็นต้องจัดการประชุมใหม่อีกครั้ง

-
Step ที่ 5 ชำระค่าธรรมเนียม
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมและชำระค่าหุ้นกันครบแล้ว สิ่งที่ควรทำในขั้นตอนต่อมาก็คือ ยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแก่นายทะเบียน รวมถึงชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ครบถ้วนด้วย ซึ่งค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท มีดังต่อไปนี้
-
- ค่าหนังสือรับรองการจดทะเบียน (ประมาณ 40 บาท)
- ค่ารับรองสำเนาเอกสารการจดทะเบียน (ประมาณ 50 บาท)
- ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน (ประมาณ 100 บาท)
- ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
- ค่าธรรมเนียมหนังสือบริคณห์สนธิ (ประมาณ 500 บาท)
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท (ประมาณ 5,000 บาท)
-
Step ที่ 6 รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
ขั้นตอนสุดท้ายของท้ายสุด เพียงแค่รอนายทะเบียนรับจดทะเบียน และมอบหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทให้กับคุณ เพียงเท่านี้ก็การจดทะเบียนบริษัทก็เป็นอันเสร็จสิ้นตามกฎหมายแล้ว ธุรกิจของคุณสามารถประกอบกิจการในฐานะนิติบุคคลได้เลยทันที
โดยในระหว่างทางทำตามขั้นตอนต่าง ๆ คุณเกิดตกหล่นสิ่งใดขึ้นมา นายทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นผู้บอกและชี้แนะคุณเอง ว่าควรทำเอกสารอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าเวลาของคุณเป็นเงินเป็นทอง ไม่อยากจะเดินทางไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อจดทะเบียนบริษัทหลาย ๆ ครั้ง หรืออยากประหยัดเวลาในการจดทะเบียนนี้ไปทำส่วนอื่นมากกว่า ก็สามารถว่าจ้างฟรีแลนซ์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาจัดทำการจดทะเบียนบริษัทแทนคุณได้ที่เว็บไซต์ Fastwork เว็บรวมฟรีแลนซ์ชั้นนำแห่งประเทศไทยได้เลย

